วันจันทร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2556

ระบบทางเดินหายใจ


                                                      
                                          
                                                            1.1รูประบบทางเดินหายใจ


           ระบบทางเดินหายใจมีหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซให้กับสิ่งมีชีวิต ในมนุษย์และสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมระบบทางเดินหายใจประกอบไปด้วย จมูกหลอดลม ปอด และกล้ามเนื้อระบบทางเดินหายใจ ออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์จะถูกแลกเปลี่ยนที่ปอดด้วยกระบวนการแพร่
สัตว์ประเภทอื่นๆ เช่น แมลงมีระบบทางเดินหายใจที่คล้ายคลึงกับมนุษย์แต่มีลักษณะทางกายวิภาคที่ง่ายกว่า ในสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำผิวหนังของสัตว์ก็ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซได้ด้วย พืชก็มีระบบทางเดินหายใจเช่นกัน แต่ทิศทางการแลกเปลี่ยนก๊าซเป็นไปในทางตรงกันข้ามกับสัตว์ ระบบแลกเปลี่ยนก๊าซของพืชประกอบไปด้วยรูเล็กๆ ใต้ใบที่เรียกว่าปากใบ


ระบบทางเดินหายใจแบ่งตามโครงสร้าง

ระบบทางเดินหายใจส่วนบน (upper respiratory tract, URI) : ประกอบด้วยอวัยวะที่เกี่ยวข้องกับการหายใจเหนือกล่องเสียงขึ้นไป ได้แก่ จมูก, คอหอย เป็นต้น โรคที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจส่วนบนเช่น URI infection หรือการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจส่วนบน
ระบบทางเดินหายใจส่วนล่าง (lower respiratory tract, LRI) : ประกอบด้วย กล่องเสียง, หลอดคอ, หลอดลมใหญ่ และปอด



ระบบทางเดินหายใจแบ่งตามหน้าที่

หน้าที่นำอากาศ : มีหน้าที่นำอากาศจากภายนอกเข้าสู่ปอด เป็นทางผ่านเข้าออกของอากาศเท่านั้น ไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนแก๊ส ได้แก่ จมูก, คอหอย, กล่องเสียง, หลอดคอ, หลอดลมใหญ่, หลอดลมฝอย, และปลายหลอดลมฝอย
หน้าที่แลกเปลี่ยนแก๊ส : เป็นบริเวณที่แลกเปลี่ยนแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์และแก๊สออกซิเจนกับเนื้อเยื่อ ได้แก่ หลอดลมฝอยแลกเปลี่ยนแก๊ส, ท่อลม, ถุงลม, ถุงลมฝอย
กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจ

กล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจของมนุษย์ เป็นกล้ามเนื้อที่อยู่รอบผนังทรวงอก โดยเป็นส่วนประกอบที่สำคัญของระบบทางเดินหายใจ เนื่องจากตามปกติแล้วปอดไม่ให้สามารถขยายขนาดเพื่อรับอากาศจากการหายใจได้เอง แต่จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัยแรงของกล้ามเนื้อเหล่านี้เพื่อขยายผนังของทรวงอกให้กว้างมากขึ้น และเกิดการลดลงของความดันภายในทรวงอกมากพอจนทำให้อากาศจากภายนอกไหลเข้าสู่ปอดได้ โครงสร้างหลักของผนังทรวงอกได้แก่
ซี่โครง
กล้ามเนื้อที่ยึดระหว่างซี่โครง (intercostal muscles) ซึ่งมี 2 ชั้นคือ ชั้นนอก (External) ชั้นใน (Internal) และชั้นในสุด (innermost)
กล้ามเนื้อกะบังลม และเนื้อเยื่อที่ห่อหุ้มด้านในของผนังทรวงอก เรียกว่า เยื่อหุ้มปอด (Pleura) ซึ่งมีอยู่ 2 ชั้นคือ ชั้นนอก (Parietal pleura) และชั้นใน (Visceral pleura) กล้ามเนื้ออื่น ๆ ที่มีส่วนช่วยในกระบวนการหายใจ ได้แก่ กล้ามเนื้อท้อง กล้ามเนื้อรอบกระดูกหน้าอก กล้ามเนื้อบริเวณไหปลาร้าและต้นคอ (Sternocleidomastoid และ Scalenus)





 
 
 
ที่มา : http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%83%E0%B8%88

วันที่ 1 มกราคม พศ.2556

วันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2556

เรื่อง โครงงานวิทยาศาสตร์ ระดับมัธยม





 โครงงานวิทยาศาสตร์ คุณครู  อรพิน อินทรโฆษิต รร.ชลบุรี "สุขบท"จังหวัดชลบุรี

                  เป็นโครงงานที่รุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จด้วยโครงงานวิทย์ ผลักดัน วิธีการทำวิจัย ให้รุ่นน้อง โดยผ่าน โครงงานวิทย์ฯ ที่รุ่นพี่ในอดีตประสบความสำเร็จ  และเพื่อให้รุ่นน้อง เกิดแรงจูงใจ และมีเป้าหมายในการทำโครงงานวิทย์   ที่จะประสบความสำเร็จตามรุ่นพี่ได้ ด้วยวิธีการทำโครงงานวิทย์และเรียนรู้เข้าใจอย่างถูกต้องและได้ทักษะในการวิเคราะห์ ทักษะการคิด ทักษะในการทำงานและทักษะกระบวนการกลุ่มสิ่งเหล่านี้เป็นการนำมาบูรณาการกันที่สามารถพัฒนานักเรียนได้

  ที่มา :http://www.thaiteachers.tv/video_list_grp.php?tag=3
  เมื่อวันที่  2 มีนาคม   2556

พัฒนาครู นักศึกษาครู ครูใหม่

video

 
            วีดีโอของครู ผศ.ดร.อารี หลวงนา คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี
จะเห็นได้ว่า โทรทัศน์ครู เป็นอาวุธที่สำคัญในการพัฒนาวิชาชีพครู โดยปัจจุบันอาจารย์ทุกท่านนำไปใช้เป็นสื่อการสอนในวิชาของตนเอง  เพื่อนำเข้าไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการเรียนการสอนให้ได้คุณภาพมากขึ้นกว่าเดิม  ซึ่งเราสามารถนำตัวอย่างนี้มาปฎิบัติได้เพราะอนาคตเราก็ประกอบวิชาชีพครูเช่นกัน



ที่มาhttp://www.cued-ttv.net/index.php
 
เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2556

เรื่อง ความแข็งของวัสดุ ระดับประถมศึกษา

 

video



       จากการได้ชมเรื่อง ความแข็งของวัสดุ คุณครูอาทิตยา นุราฤทธิ์ รร.อนุบาลปรินายก
เน้นให้ผู้เรียนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ วัสดุในชีวิตประจำวัน ซึ่งจำแนกได้เป็นวัสดุธรรมชาติ และวัสดุสังเคราะห์ สมบัติของวัสดุในด้านความแข็ง และการใช้ประโยชน์ โดยศึกษาด้วยการใช้วิธีการสืบสอบ เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง และการใช้คำถาม และประเมินตามสภาพจริง โดยมีการนำเข้าสู่บทเรียน และที่สำคัญคือครูต้องโยงให้นักเรียนเห็นว่านำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ทั้งประโยชน์ ทั้งโทษ จัดลำดับการเรียนได้ต่อเนื่อง ทำให้ครูได้เห็นภาพตัวอย่างการสอนวิทยาศาสตร์ ทำให้นักเรียนเกิดการเรียนรู้ได้อย่างชัดเจนซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากค่ะ
เมื่อวันที่  2 มีนาคม2556

tablet

8. Tablet
     
แท็บเล็ท (Tablet)
ซึ่งเป็นเทคโนโลยีระบบคอมพิวเตอร์ที่ให้คุณสามารถพกติดตัวได้โดยวัตถุประสงค์เพื่อทดแทนสมุดหรือกระดาษ
"แท็บเล็ต - Tablet" ในความหมายแท้จริงแล้วก็คือแผ่นจารึกที่เอาไว้บันทึกข้อความต่างๆโดยการเขียน (อาจจะเป็นกระดาษ, ดิน, ขี้ผื้ง, ไม้, หินชนวน) และมีการใช้กันมานานแล้วในอดีต แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้แนวคิดนี้ขึ้นมาแทนที่ซึ่งมีหลายบริษัทได้ให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป หลักๆแล้วก็มี 2 ความหมายด้วยกันคือ "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet Personal Computer)" และ "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet"

ในปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีความสามารถใกล้เคียงเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คเลยทีเดียว เครื่องแท็บเล็ตพีซี มีขนาดไม่ใหญ่มากสามารถถือได้ด้วยมือเดียวและน้ำหนักเบากว่าเครื่องคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค
แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet personal computer)
"แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet personal computer)" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากหลังจากทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว Microsoft Tablet PC ในปี 2001 แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไปและไม่เป็นที่นิยมมากนัก "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Laptops ตรงที่อาจจะไม่มีแป้นพิมพ์ในการใช้งาน แต่อาจจะใช้แป้นพิมพ์เสมือนจริงในการใช้งานแทน (มีแป้นพิมพ์ปรากฎบนหน้าจอใช้การสัมผัสในการพิมพ์) "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ทุกเครื่องจะมีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและระบบเครือข่ายภายใน
แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต - Tablet
"แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุนหรือแบบสไลด์ก็ตาม" ซึ่งทางบริษัท Apple ผู้ผลิต "ไอแพด - iPad" ได้เรียกอุปกรณ์ของตัวเองว่าเป็น "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" เครื่องแรก

ความแตกต่างระหว่าง "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet computer" และ "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC"
เริ่มแรก "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" จะใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 ของ Intel เป็นพื้นฐานและมีการปรับแต่งนำเอาระบบปฏิบัติการหรือ OS ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ Personal Computer - PC มาทำให้สามารถใช้การสัมผัสในการทำงานได้ ตัวอย่างเช่น Windows 7 หรือ Ubuntu Linux แทนที่จะใช้แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดหรือเมาส์ และเนื่องจากเป็นการรวมกันระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows และหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ของ Intel ทำให้มีคนเรียกกันว่า "Wintel"

ต่อมาในปี 2010 ได้เกิดแท็บเล็ตที่แตกต่างจาก "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ขึ้นมาโดยไม่มีการยึดติดกับ Wintel แต่ไปใช้ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนนั่นก็คือ "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือเรียกสั้นๆว่า แท็บเล็ต - Tablet" ซึ่งจะใช้หน้าจอแบบ capacitive แทนที่ resistive ทำให้สามารถสัมผัสโดยการใช้นิ้วได้โดยตรงและสัมผัสพร้อมกันทีละหลายจุดได้หรือ multi-touch ประกอบกับการใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM แทนซึ่งสถาปัตยกรรม ARM นี้ทำให้แท็บเล็ตนั้นมีการใช้งานได้ยาวนานกว่าสถาปัตยกรรม x86 ของ Intel หลายๆคนคงจะรู้จักแท็บเล็ตตัวนี้กันเป็นอย่างดีนั้นก็คือ ไอแพด (iPad) นั้นเอง

Post-PC operating systems
ในปัจจุบันมีความนิยมในการใช้งาน Tablet สูงขึ้นเรื่อยๆทำให้เกิดการแข่งขันและการพัฒนาเทคโนโลยีสำหรับ tablet ขึ้นมาเฉพาะโดยไม่ได้ตามเทคโนโลยีของ PC หรือ PDA เหมือนในอดีต ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมด้าน Hardware หรือ Software ต่างมีผู้ผลิต OS (Operating System) ของตนเองมาแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็น ค่าย Windows เองก็พยายามจะรักษาตลาดเดิมของ PocketPC เอาไว้ นอกจากนี้ Apple ผู้ผลิต iPad ซึ่งเป็นผู้ที่สร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการใช้งาน Tablat อย่างแพร่หลายในปัจจุบัน ก็มี iOS ที่พัฒนาสำหรับ Tablat โดยเฉพาะและมีจุดแข็งในการผลิตฮาร์ดแวร์เองทำให้ OS สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ นอกจากนี้คู่แข่งสำคัญอย่าง Google ก็มี Android OS ที่มีจุดแข็งในการเปิดให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์อื่นๆ สามารถนำ Android OS ไปใช้ได้กับฮาร์ดแวร์ของตน นอกจากนี้ก็ยังมีผู้ผลิตหลายราย ที่พยายามสร้าง OS ของตนขึ้นมาเพื่อใช้งานกับ Tablat ของตนเอง เช่น Blacberry Tablet OS ที่อิงระบบ QNX หรือ HP ที่พยายามสร้าง webOS เข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด แต่ทำไม่สำเร็จ
อย่างไรก็ตาม Tablat ยังมีการพัฒนาอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ในอนาคต Tablat จะเป็นมากกว่ากระดานชนวนอิเล็กทรอนิกส์ แต่จะบรรจุเทคโนโลยีมากมาย อีกทั้งความสามารถด้านการเชื่อมต่อระบบเครือข่ายได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ความสามารถของ Tablat เปิดกว้างมายิ่งขึ้น
        หลายๆคนพอพูดถึง "แท็บเล็ต - Tablet" แล้วอาจจะงงว่ามันคืออะไร ?? แต่ถ้าพูดว่า iPad, Samsung Galaxy Tab แล้วล่ะก็ต้องร้อง อ๋อ กันแน่นอนซึ่ง iPad และ Samsung Galaxy Tab นั้นจริงๆแล้วเป็นเพียงแค่ชื่อรุ่นเท่านั้น แต่แท้ที่จริงแล้วตัวเครื่องเหล่านี้จะเรียกกันว่า "แท็บเล็ต - Tablet"
"แท็บเล็ต - Tablet" ในความหมายแท้จริงแล้วก็คือแผ่นจารึกที่เอาไว้บันทึกข้อความต่างๆโดยการเขียน (อาจจะเป็นกระดาษ, ดิน, ขี้ผื้ง, ไม้) และมีการใช้กันมานานแล้วในอดีต แต่ในปัจจุบันมีการพัฒนาคอมพิวเตอร์ที่ใช้แนวคิดนี้ขึ้นมาแทนที่ซึ่งมีหลายบริษัทได้ให้คำนิยามที่แตกต่างกันไป หลักๆแล้วก็มี 2 ความหมายด้วยกันคือ "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet Personal Computer)" และ "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet"

แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet personal computer)
"แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC (Tablet personal computer)" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่สามารถพกพาได้และใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก ออกแบบให้สามารถทำงานได้ด้วยตัวมันเอง" ซึ่งเป็นแนวคิดที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากหลังจากทาง Microsoft ได้ทำการเปิดตัว Microsoft Tablet PC ในปี 2001 แต่หลังจากนั้นก็เงียบหายไปและไม่เป็นที่นิยมมากนัก 
"แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ไม่เหมือนกับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะหรือ Laptops ตรงที่อาจจะไม่มีแป้นพิมพ์ในการใช้งาน แต่อาจจะใช้แป้นพิมพ์เสมือนจริงในการใช้งานแทน (มีแป้นพิมพ์ปรากฎบนหน้าจอใช้การสัมผัสในการพิมพ์) "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ทุกเครื่องจะมีอุปกรณ์ไร้สายสำหรับการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตและระบบเครือข่ายภายใน


แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือ แท็บเล็ต - Tablet
"แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" หรือเรียกสั้นๆว่า "แท็บเล็ต - Tablet" คือ "เครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้ในขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางและใช้หน้าจอสัมผัสในการทำงานเป็นอันดับแรก มีคีย์บอร์ดเสมือนจริงหรือปากกาดิจิตอลในการใช้งานแทนที่แป้นพิมพ์คีย์บอร์ด และมีความหมายครอบคลุมถึงโน๊คบุ๊คแบบ convertible ที่มีหน้าจอแบบสัมผัสและมีแป้นพิมพ์คีย์บอร์ดติดมาด้วยไม่ว่าจะเป็นแบบหมุนหรือแบบสไลด์ก็ตาม"  ซึ่งทางบริษัท Apple ผู้ผลิต "ไอแพด - iPad" ได้เรียกอุปกรณ์ของตัวเองว่าเป็น "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer" เครื่องแรก


 

ความแตกต่างระหว่าง "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet computer" และ "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC"
เริ่มแรก "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" จะใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม x86 ของ Intel เป็นพื้นฐานและมีการปรับแต่งนำเอาระบบปฏิบัติการหรือ OS ของเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลหรือ Personal Computer - PC มาทำให้สามารถใช้การสัมผัสในการทำงานได้ ตัวอย่างเช่น Windows 7 หรือ Ubuntu Linux แทนที่จะใช้แป้นพิมพ์คีย์บอร์ดหรือเมาส์ และเนื่องจากเป็นการรวมกันระหว่างระบบปฏิบัติการ Windows และหน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ของ Intel ทำให้มีคนเรียกกันว่า "Wintel"
ต่อมาในปี 2010 ได้เกิดแท็บเล็ตที่แตกต่างจาก "แท็บเล็ต พีซี - Tablet PC" ขึ้นมาโดยไม่มีการยึดติดกับ Wintel แต่ไปใช้ระบบปฏิบัติการของโทรศัพท์เคลื่อนที่แทนนั่นก็คือ "แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ - Tablet Computer หรือเรียกสั้นๆว่า แท็บเล็ต - Tablet" ซึ่งจะใช้หน้าจอแบบ capacitive แทนที่ resistive ทำให้สามารถสัมผัสโดยการใช้นิ้วได้โดยตรงและสัมผัสพร้อมกันทีละหลายจุดได้หรือ multi-touch ประกอบกับการใช้หน่วยประมวลผลกลางหรือ CPU ที่ใช้สถาปัตยกรรม ARM แทนซึ่งสถาปัตยกรรม ARM นี้ทำให้แท็บเล็ตนั้นมีการใช้งานได้ยาวนานกว่าสถาปัตยกรรม x86 ของ Intel หลายๆคนคงจะรู้จักแท็บเล็ตตัวนี้กันเป็นอย่างดีนั้นก็คือ ไอแพด (iPad) นั้นเอง

** สรุปความหมายของแท็บเล็ตสั้นๆ ก็คือ คอมพิวเตอร์พกพาหรือคอมพิวเตอร์ที่สามารถใช้งานขณะเคลื่อนที่ได้ขนาดกลางที่มีหน้าจอแบบสัมผัสในการใช้งานเป็นหลัก

 

      Tablet PC ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สามารถใช้ปากกาเขียนลงไปบนหน้าจอ ได้เลยนั่นเอง
Tablet PC ก็คือเครื่องคอมพิวเตอร์ ที่สามารถใช้ปากกาเขียนลงไปบนหน้าจอ ได้เลยนั่นเอง โดยจะต้องมีซอฟต์แวร์ที่ พัฒนาขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อใช้ในเครื่อง แบบนี้โดยเฉพาะ จากมันสมองของบรรดา อัจฉริยะใน Mount Redmond (ส่วนตัว เครื่องก็จะผลิตและทำตลาดโดยบรรดา ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เจ้าเก่าทั้งหลายในวงการ PC ตามธรรมเนียม) Tablet PC มีกำหนด จะวางตลาดในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ ใน ราคาระหว่าง 2,000-3,000 ดอลลาร์ และมี เป้าหมายมิใช่แค่เพียงอุปกรณ์เสริมสำหรับ เครื่อง laptop ที่คุณใช้อยู่ หากแต่ทะเยอ ทะยานถึงขั้นจะมาแทนที่ laptop กันเลย ต่อไปนี้คุณจะไปไหนมาไหนพร้อม กับเจ้า Tablet ไม่ว่าจะไปประชุม ใช้จด บันทึกสิ่งต่างๆ เข้าอินเทอร์เน็ต และแม้ กระทั่งใช้วาดอะไรเล่นเรื่อยเปื่อยระหว่าง การประชุมอันน่าเบื่อ ขณะที่ยังคงสามารถ สบตากับคนอื่นๆ ในห้องประชุมได้อย่าง ไม่มีใครจับได้ว่าคุณกำลังเซ็งสุดขีด ความพยายามครั้งก่อนๆ ของการ พัฒนาเครื่องแบบ Tablet ต้องพบกับ ความล้มเหลวครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะตัว เครื่องใหญ่เทอะทะเกินกว่าจะพกพาสะดวก ความสามารถจำกัด และรับรู้ลายมือของ คนเขียนได้ไม่ดี แม้เครื่อง Tablet PC ที่ได้ Microsoft มาพัฒนาซอฟต์แวร์ให้เที่ยวนี้ จะปรับปรุงความสามารถในการรับรู้ลายมือ ของเจ้าของ และแปรสิ่งที่เจ้าของจดไว้บน หน้าจอด้วยลายมือให้กลายเป็น text สำหรับเก็บในเครื่องได้ดีขึ้น
แต่นั่นกลับไม่ใช่สาระสำคัญของ PC สายพันธุ์ใหม่เครื่องนี้ ที่ Gates เชื่อ มั่นอย่างเต็มที่ว่าจะสามารถพิชิต laptop ได้ นับเป็นความฉลาดอย่างที่สุดของ Microsoft ที่ตัดสินใจเลือกเน้นคิดค้นพัฒนา เรื่องหมึกดิจิตอล (digital ink) แทนที่จะไปเน้นเรื่องการตีความลายมือ ด้วยนวัต-กรรมหมึกดิจิตอล สิ่งที่คุณเขียนลงบน หน้าจอเครื่อง Tablet จะถูกเก็บบันทึกไว้ เหมือนเดิมอย่างไม่มีผิดเพี้ยน (ด้วยการ ใช้โปรแกรม notepad ที่พัฒนาขึ้นมา เป็นพิเศษสำหรับ Tablet โดยเฉพาะ ชื่อ โปรแกรม "Journal")

     กล่าวคือ สิ่งที่ปรากฏบนหน้าจอ เครื่อง Tablet จะยังคงเป็นลายมือของคุณ ทุกตัวอักษร ราวกับคุณได้จดบันทึกลงบน กระดาษธรรมดายังไงยังงั้น ใช่แต่เท่านั้น คุณยังสามารถจะขีดฆ่าคำที่คุณเขียนผิด หรือไม่ต้องการด้วยปากกาดิจิตอลได้อีกด้วย สะดวกง่ายดายเหมือนๆ กับที่คุณทำกับ การเขียนบนกระดาษ แต่ดีกว่าตรงที่คำ หรือแม้แต่ทั้งบรรทัดที่คุณขีดฆ่าบนหน้าจอ Tablet จะอันตรธานหายไปในพริบตา อย่างน่าอัศจรรย์ ลูกเล่นของ Tablet ยังมี อีกแพรวพราว เช่น feature หนึ่งทำให้คุณ สามารถย้ายข้อความไปที่ไหนก็ได้บนหน้าจอ ได้อย่างรวดเร็ว (ข่าวดีอีกอย่างคือ Tablet สามารถรับรู้ลายมือของผู้ที่ถนัดซ้ายได้อย่าง แม่นยำอีกด้วย) หมึกดิจิตอลยังจะเป็นเครื่องมือ สำคัญที่จะทำให้คุณใช้ tablet ในการส่ง อีเมล ได้อย่างสะดวกง่ายดายขึ้นอย่างมาก เพราะไม่ต้องพิมพ์แต่ใช้เขียนแทน ในการ ประชุมสุดยอดบรรดา CEO ของ Micro soft เมื่อเร็วๆ นี้ ทุกคนได้รับ Tablet เป็น อุปกรณ์ประชุม พวกเขาแอบเขียนอีเมล ด้วยปากกาดิจิตอลส่งถึงกันอย่างสนุกสนาน เหมือนกับเป็นเด็ก ป.4 ซนๆ กลุ่มหนึ่งที่ได้ ของเล่นชิ้นใหม่ถูกใจ Microsoft โชคดีมากที่เปิดตัว ซอฟต์แวร์ tablet ในช่วงที่เทคโนโลยี Wi-Fi กำลังบูมพอดี Wi-Fi คือเทคโนโลยีต่อ เครื่องคอมพิวเตอร์เข้ากับอินเทอร์เน็ตแบบ ไร้สายราคาถูก ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ที่ทุกเวอร์ชั่นของ Tablet ล้วนแต่ติดตั้ง Wi-Fi ในตัวมาพร้อมกับตัวเครื่อง เพราะการใช้ Tablet แบบไม่ไร้สายคงจะอึดอัด พิลึกเหมือนกับไปไหนมาไหนโดยมีโซ่ล่าม บริษัทคอมพิวเตอร์เจ้าเก่าทั้ง 9 แห่ง ซึ่งต่างวางแผนจะวางตลาดเครื่อง Tablet ของตนปลายปีนี้ ต่างก็มีจุดเด่นของเครื่อง ที่แตกต่างกัน บางค่ายออกมาเป็นเครื่อง laptop ที่สามารถปรับเป็น Tablet ได้ โดย หน้าจอของมันสามารถเคลื่อนไปด้านหลัง ได้จนพลิกกลับมาเป็นแบบ tablet เพียง เท่านี้ก็ทำให้ laptop สามารถแปลงโฉม กลายเป็น Tablet ได้ในพริบตา Acer TravelMate ก็คือตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด ในกรณีนี้ บางค่ายทำ Tablet ออกมาแบบ ให้ต่อแป้นคีย์บอร์ดได้โดยผ่านพอร์ต USB หรือเทคโนโลยี docking station หรือ docking system (เป็นตู้ที่รวมอุปกรณ์ เสริมต่างๆ เช่น เครื่องอ่านซีดีรอม, เครื่อง พิมพ์ สำหรับเครื่องคอมพิวเตอร์แบบพกพา สามารถมาต่อเชื่อมใช้งานอุปกรณ์เสริม เหล่านั้นได้) ส่วน tablet ที่อาจจะออกแบบ ได้น่าสนใจที่สุดอาจเป็นแบบที่มีหน้าจอกว้าง และแบนเป็นพิเศษ ที่สร้างสรรค์โดยบริษัท น้องใหม่ในวงการอย่าง Motion Computing
     ตอนนี้คุณก็ได้รู้จัก Tablet แล้ว นั่นทำให้คุณเปลี่ยนแผนที่จะซื้อ laptop ปลายปีนี้หรือเปล่า อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่า Tablet ที่จะออกมาชิมลางในปีนี้ เป็นเพียง เวอร์ชั่นแรกในหลายๆ เวอร์ชั่นที่จะออก ตามมาเท่านั้น ซึ่งคุณสามารถคาดหวังได้ เลยว่า เวอร์ชั่นรุ่นหลังจากนี้คงจะมีน้ำหนัก เครื่องเบาลง อายุการใช้งานแบตเตอรี่นาน ขึ้น และมีหน้าจอที่มีความคมชัดสูงกว่า (ยังไม่ต้องพูดถึงการที่จะต้องเจอกับ bug แน่ๆ ในเครื่องที่เปิดตัวครั้งแรก) และแน่นอนราคาก็คงจะถูกลงเรื่อยๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม สำหรับซอฟต์แวร์ tablet เวอร์ชั่นแรกนี้ Microsoft ออกแบบ มาสำหรับนักธุรกิจโดยเฉพาะ และรวม ถึงผู้ที่เหมาะจะใช้ tablet ได้อย่างคุ้มค่า ที่สุด ซึ่งทาง Microsoft จะเขียนโปรแกรม application พิเศษขึ้นเพื่อรองรับกลุ่มนี้ โดยเฉพาะ (คนกลุ่มนี้ก็ได้แก่ แพทย์ พนักงานเคลมประกันให้ลูกค้า และแน่นอน นักข่าว)ส่วนคนอื่นๆ ที่อยู่วงนอก ก็อาจจะต้องร้องเพลงรอไปก่อนจะได้สัมผัส Tabletสายพันธุ์ใหม่ของ PC

 ตัวอย่างการเรียนการสอน

ในปัจจุบันมีการแจก Tablet ให้แก่นักเรียนเพื่อการศึกษา และ Tablet  หนึ่งเครื่องนั้นสามารถบรรจุหนังสือได้เป็นพันๆ เล่ม โดยผู้อ่านสามารถเลือกเล่มไหนขึ้นมาอ่านก่อนก็ได้ ความสามารถพิเศษอีกอย่างหนึ่งของTablet PC คือการเชื่อมโยงครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา เข้าด้วยกันผ่านทางระบบอินเตอร์เน็ต ทำให้ข้อจำกัดเรื่องสถานที่ในการเรียนการสอนหมดไป ครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษา สามารถอยู่กันคนละที่แต่เข้ามาเรียนพร้อมกันแบบเห็นหน้าเห็นตาผ่านทางกล้องที่ถูกติดตั้งมาบนTablet PC ได้ จึงทำให้การเรียนการสอนทางไกลเกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย และเข้าไปถึงกลุ่มคนทุกชั้นไม่ว่าจะอยู่ในชนบทห่างไกลแค่ไหนก็ตาม


ที่มา : http://www.gotoknow.org/posts/454665
          http://www.mict.go.th/ewt_news.php?nid=5282


เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2556

social media

 7. Social media

Social ในที่นี้ ผมให้นิยามว่า มันคือสังคมคน Online นะคะ
Media คือ รูป ภาพ เสียง VDO ข้อความ ตัวอักษร
Social Media ก็คือ สังคม Online ซึ่งมี User เป็นผู้ใช้ เป็นผู้สร้างMedia ขึ้น และแบ่งปัน ส่งต่อ ผ่าน Social Network ซึ่งสามารถแบ่งหมวดหมู่ตามลักษณะการใช้งานได้ดังนี้ 

                                                       หมวดสื่อสาร

(Photo by Joshua Ryan Adelman) 

- Web Blog  ยกตัวอย่างเช่น Exteen, Blogspot , Bloggang 
ลักษณะการใช้งาน - เขียนบทความ เนื้อหาต่างๆ  ฯ
- Board/Forums ยกตัวอย่างเช่น Dek-d , Plamool , webboardของ Game Onlineต่างๆ
ลักษณะการใช้งาน - ตั้งกระทู้ถามตอบ ตอบกระทู้
- Micro-blogging ยกตัวอย่างเช่น Twitter
ลักษณะการใช้งาน - เป็น Blog สั้น ที่มีการกำหนดความยาวตัวอักษร
- Social Networking - ยกตัวอย่างเช่น Facebook , Hi5 , Myspace
ลักษณะการใช้งาน - เป็น การสร้างสังคม บนโลก online เพื่อ พูดคุย แบ่งปันให้ Networkของเรา ซึ่งเพื่อนของเรานั่นแหละที่เรียกว่า Network
- User Generated Content -  ยกตัวอย่างเช่น Squidoo, Hubpages
ลักษณะการใช้งาน - เราสามารถสร้างหน้า หรือว่าเขียนบทความในเว็บของเค้าได้ 

                                                หมวด ร่วมด้วยช่วยกัน 
 
(Photo by ChrisL_AK) 
 
- Wiki ยกตัวอย่างเช่น Wikipedia, PBwiki, wetpaint
ลักษณะการใช้งาน  - User จะช่วยกันสร้างฐาน ข้อมูล เพื่อความรู้หรือดาต้าที่อยู่ในเว็บเราสามารถโชว์ทุกครั้งที่User อื่น ค้นหาข้อมูล จาก Keyword
- Social Bookmark ยกตัวอย่างเช่น Delicious, StumbleUpon, Stumpedia, Google Reader, CiteULike
ลักษณะการใช้งาน - เป็นเว็บสำหรับทำการbookmark online เพื่อที่จะ share ให้คนอื่นที่อยู่ ใช้เว็บนั้นๆอยู่ได้เห็นเว็บไซด์ที่เรา ทำงานการ Bookmark เอาไว้ด้วย ( การBookmarkจะคล้ายการใช้งานบน IE , Firefox, googlechomeแต่เราจะเห็นแต่เพียงผู้เดียว )
-Social News ยกตัวอย่างเช่น thairath, dailynews
ลักษณะการใช้งาน  - นำเสนอข่าว online 

                                                      หมวดมัลติมีเดีย


(Photo by stevegarfield)
   
- Photo Sharing  ยกตัวอย่างเช่น Flickr, Twitpic ,Photobucket
ลักษณะการใช้งาน Upload รูปภาพ แล้วสามารถ Share ให้เพื่อนๆ สามารถเห็นได้
- Video Sharing ยกตัวอย่างเช่น Youtube
ลักษณะการใช้งาน Upload Video แล้ว สามารถ ส่งให้เพื่อนๆ Network ดู
- Live casting ยกตัวอย่างเช่น Ustream.tv, Justin.tv, Skype
ลักษณะการใช้งาน ดูรายการสด ผ่านทาง Internet และ Video Live Chat เป็นต้น
- Audio and Music Sharing ยกตัวอย่างเช่น The Hype Machine, Last.fm, ccMixter, ijigg
ลักษณะการใช้งาน สามารถฟังเพลง และสามารถ นำ Embed ไปวางในเว็บไซด์ของเราเพื่อ แชร์

                                           หมวดรีวิว และแสดงความคิดเห็น
 (Photo by psd)
 
- Product Reviews ยกตัวอย่างเช่น epinions.com, MouthShut.com และ Blog Review ต่างๆ
 ลักษณะการใช้งาน เขียน Review สินค้า หรือ แม้แต่ทริปท่องเที่ยวเป็นต้น
- Questions and Answers ยกตัวอย่าเช่น Yahoo Answer
ลักษณะการใช้งาน Userจะเป็นผู้ช่วยกันตั้งคำถาม และ ตอบคำถาม เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยน ความรู้และความคิดเห็น ซึ่งกันและกัน 

                                                      หมวดบันเทิง

 
 (Photo by Second Life)

- Virtual worlds ยกตัวอย่างเช่น Game Online ต่างๆ , The Sim Online
ลักษณะการใช้งาน เป็นโลกเสมือนจริงที่ User เป็นผู้ควบคุมตัวละคร ให้ เดิน วิ่ง พูดคุย เปรียบเสมือน อยู่บนโลกอีกใบหนึง
 เอาหละ หลังจากทราบ กันแล้ว ว่า Social Media มีอะไรบ้างแล้วทีนี้เรามาดูกันว่า ทั่วโลก เค้าใช้ Social Media อะไร และ Zone ไหน นิยมเว็บไซด์ได้ (ดูได้จาก รูปด้านล่าง)



 
 (คลิ๊กที่รูปเพื่อดูรูปใหญ่)

หลังจากที่รู้จัก Social Media แล้ว ก็พอจะรู้ กลุ่มเป้าหมายแล้วนะครับ ว่าอยู่ Zoneไหน ควรจะใช้ Social Media ใด ในการโปรโมทเว็บไซด์ของตัวเองให้เป็นที่รู้จัก มากขึ้นๆ

ตัวอย่างการเรียนการสอน


ในทุกๆวิชาสามารถนำ Social media ไปใช้ได้ แล้วแต่ครูจะประยุกต์ใช้ในด้นใด และทางไหน ซึ่งจะมีทั้งข้อดีและโทษแกนักเรียน โดยครูต้องเป็นผู้กำหนดในการใช้ และควบคุมพฤติกรรมของนักเรียน เพราะ Social media เป็นโลกออนไลน์ที่กว้าง ถ้าใช้ไปในทางที่ไม่ถูกวิธีก็อันตรายแก่เด็กๆ


ที่มา : http://ndesignrank.exteen.com/20100212/social-media

เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2556